ดื่มแอลกอฮอล์แค่ไหนที่เรียกว่าดื่มเพื่อสุขภาพ

 ให้เหล้า เท่ากับแช่ง นี่เป็นสโลแกนที่คณะกรรมการสร้างเสริมสุขภาพแห่งชาติ(สสส.)ใช้ในการโฆษณาทางโทรทัศน์ช่วงที่ผ่านมาครับ
โดยเฉพาะผลต่อตับและสมอง รวมถึงการเกิดอุบัติเหตุด้วย
 แต่ก็มีคนไข้หลายคนที่ถามหมอว่า
ขอดื่มสักนิดหนึ่งจะได้ไหม คำตอบของหมอก็คือ
ได้ครับ
แต่ดื่มได้ปริมาณแค่ไหนนั้นต้องพิจารณาว่าสุขภาพของเราเป็นเช่นไรมีโรคประจำตัวอะไรหรือไม่
แอลกอฮอล์ที่ดื่มนั้นเป็นชนิดไหน เช่น ไวน์ วิสกี้ หรือเบียร์

     ถ้าใครมีปัญหาเรื่องการทำงานของตับผิดปกติ
เป็นโรคตับเรื้อรัง หรือเป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบ หมอก็คงต้องบอกว่า ไม่คุ้มเลยกับความสนุกชั่วครู่ในการดื่มแอลกอฮอล์
เพราะนั่นจะยิ่งทำให้ตับของเรามีปัญหามากขึ้นไปอีก
  ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องสมองหรือระบบประสาท
เช่น เคยประสบอุบัติเหตุได้รับกระทบกระเทือนทางสมอง เคยผ่าตัดกะโหลกศีรษะ
เป็นโรคลมชัก ก็ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เช่นกัน เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้อาการแสดงทางระบบประสาทเป็นมากขึ้น
คนที่ตรวจพบว่ามีไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ (
Triglyceride) ในกระแสเลือดสูงก็ควรจะหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ด้วยเช่นกัน
เพราะเสี่ยงต่อการอักเสบของตับอ่อน (
pancreas)  
     และแน่นอนครับ สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจและโรคความดันโลหิตสูงการดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
เพราะกระตุ้นให้หัวใจบีบตัวแรงขึ้น ส่วนคนที่เป็นเบาหวาน แอลกอฮอล์ก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
เพราะแอลกอฮอล์ไปขัดขวางกระบวนการเมตาบอลิสซึมของน้ำตาล และในแอลกอฮอล์บางชนิดเช่น
ไวน์ เบียร์ ก็ยังมีน้ำตาลอยู่ด้วย

     หมออาจจะสรุปได้ว่า คนที่มีโรคประจำตัวอย่างใดอย่างหนึ่ง
ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงโรคที่ไม่ได้กล่าวถึงข้างต้นด้วย มีเหตุผลอธิบายได้ ซึ่งท่านสามารถถามจากแพทย์ประจำตัวได้และคนที่จำเป็นต้องรับประทานยาไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เนื่องจากปฏิกกริยาระหว่างยากับแอลกอฮอล์จะให้ผลที่ไม่พึงประสงค์
ดังที่เราเคยได้ทราบข่าวเรื่องมีผู้เสียชีวิตจากการดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับใช้ยานอนหลับ
 
หรือพบผู้ป่วยตับอักเสบจากการดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการใช้ยาฆ่าเชื้อโรค
แต่สำหรับคนที่ไม่มีโรคประจำตัว อาจจะดื่มแอลกอฮอล์ได้ในปริมาณเล็กน้อยต่อวัน ซึ่งมีการวิจัยหลายการวิจัยในช่วงสิบปีที่ผ่านมาที่ระบุว่า
ถ้าดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่กำหนดนั้น เป็นผลดีต่อร่างกายในการลดไขมันคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีที่ชื่อ
LDL-Cholesterol ซึ่งไขมันชนิดนี้มักจะทำให้หลอดเลือดมีภาวะอุดตัน

     จึงมีการกำหนดปริมาตรการดื่มที่เรียกว่า
 
standard drink สำหรับแอลกอฮอล์แต่ละประเภท ดังนี้
วิสกี้หรือสุราที่มีแอลกอฮอล์
40 ดีกรี 1 standard
drink คือ 43 ซีซี หรือประมาณ 1.5 ออนซ์ เบียร์ที่มีแอลกอฮอล์ 5 เปอร์เซ็นต์ 1
standard drink คือ 341 ซีซี หรือ 12 ออนซ์ (ประมาณ 1 กระป๋องเล็ก) แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า
เบียร์ในเมืองไทยนั้นมีความเข้มข้นสูงกว่าที่ระบุไว้คือประมาณ
6-10 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นปริมาตรเบียร์ 1 standard drink สำหรับบ้านเราคือประมาณน้อยกว่า
1 กระป๋องนั่นเอง ไวน์ ที่เป็น table wine ซึ่งมีแอลกอฮอล์ประมาณ 8-12 เปอร์เซ็นต์นั้น
กำหนดให้
1 standard drink เท่ากับ ประมาณ 142 ซีซีหรือ 5 ออนซ์  ในขณะที่
fortified wine ไวน์หวาน หรือ port wine ซึ่งมีแอลกกอฮอล์ถึง 18 เปอร์เซ็นต์ 1
standard drink เท่ากับ 85 ซีซี หรือ 3
ออนซ์
     สำหรับเพศชายนั้นไม่ควรดื่มเกิน 2
standard drinks ในขณะที่เพศหญิงไม่ควรดื่มเกิน 1 standard
drink โดยที่ใน 1 สัปดาห์ไม่ควรดื่มเกิน 3-4
ครั้งไม่ควรดื่มต่อเนื่องกันทุกวัน
และควรเป็นการจิบระหว่างการรับประทานอาหารมื้อใหญ่

     อย่างไรก็ตาม หมอเองยังคงมีความเห็นว่า
ไม่ดื่มย่อมดีกว่า เพราะเมื่อเริ่มต้นดื่มแล้ว ความสารมารถในการควบคุมตัวเองจะลดลงทำให้การควบคุมปริมาณการบริโภคไม่ให้เกินที่กำหนดนั้นเป็นเรื่องยาก

 และต้องไม่ลืมว่า หากต้องขับขี่ยานพาหนะการไม่ดื่มแอลกอฮอล์ถือเป็นความรับผิดชอบต่อชีวิตของตนเองและต่อสังคมด้วยนะครับ

เขียนโดย

นพ.สิรวิชญ์ เดชธรรม (พ.บ.,น.บ.,บ.ธ.ม.)
ประกาศนียบัตรอาชีวเวชศาสตร์
รพ.สมิติเวช ศรีราชา

หรือ ติดตามได้จาก Samitivej
Health Blog  กับการตอบคำถามจากทาง
ทีมงาน
 Dr.care Bear

http://www.samitivejhospitals.com/healthblog/Sriracha/

 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน ไม่มีหมวดหมู่ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s